เมื่อวานคุณเพื่อนตัวดีกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราว ก่อนที่มันจะไปทำงานที่ญี่ปุ่นแล้วไม่กลับมาอีก

ทำให้นึกถึงเพื่อนสนิทที่เรียนห้องเดียวกันคนหนึ่งที่ไปทำงานที่อเมริกาตอนนี้เลยแฮะ

"ลาก่อนว่ะดาว แกลืมฉันซะเถอะ (ก๊ากกกกก)"

(อย่าพูดแบบนี้สิเฟ้ย!!!เดี๋ยวชาวบ้านเค้าเข้าใจผิด ไอ้พวกนี้นี่!)

เพื่อนโทรมาบอกว่า "โทษว่ะดาว กระจกที่ซื้อมาให้ มันแตกตอนลงเครื่องอ่ะ"

- -"

ฉันจะเลิกคบกับแกก็เมื่อวานนี้แหละ(ล้อเล่นนนนน)

 

 

 

ก่อนหน้านี้ที่ทำให้เจ้าอายะเลือดกำเดากระฉูดมาแล้ว กับภาพนี้

 

 

 

โกเบ็นมารุคูงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!โมเอ้มาก!!!!!

เป็นซานาดะ ยูคิมูระตอนอายุ 13 ปี จากการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เพื่อนเรายืมเด็กข้างบ้านอ่านที่ญี่ปุ่น...

เรื่องนี้แอบวายนิดๆระหว่าง 2 พี่น้องซานาดะ(เพื่อนแซวว่ายูริมากกว่า เพราะมันสวยทั้งพี่ทั้งน้องเลย///ฮา)

 

เพื่อนบอกว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นชีวิตของสองพี่น้องซานาดะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โนบุยูกิเป็นเด็กที่ดูไร้ค่าในสายตาคนรอบข้าง เป็นเด็กที่ไม่มีใครให้ความสำคัญ ส่วนยูคิมูระเป็นเด็กที่เป็นที่รักของคนทุกคน และถูกประคบประหงมหวงแหนราวกับนกในกรงทอง จนไม่มีอิสระในชีวิต

 

เปิดตัวมาก็เห็นโนบุยูกิโดนส่งไปเป็นตัวประกันซะแล้ว เป็นเด็กที่มีชะตาไกลบ้านแต่กำเนิดจริงๆ - -" ส่วนยูคิมูระ...เฮอะๆๆๆๆ..

 

เพื่อนสปอยมาว่า เรื่องนี้มันฮาก็ฮานะ แต่ก็มีมุมมองที่น่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก...การดำเนินเรื่องเป็นการให้โนบุยูกิเป็นคนเล่าเรื่องโดยมีชีวิตของยูคิมูระเป็นคนดำเนินเรื่อง....

 

เรื่องนี้ยูคิมูระเป็นเด็กที่หน้าตาสวยมากครับ สวยจนได้เรื่องตั้งแต่เด็ก

มีเรื่องเกิดขึ้นในตอนแรกๆว่า ...

มีลูกสาวไดเมียวแคว้นข้างเคียงคนหนึ่งที่มั่นใจว่าตนเป็นสาวงามไม่แพ้หญิงใด แต่อยู่ๆก็โดนคู่หมั้นของตนตัดสัมพันธ์อย่างไม่มีเยื่อใยหลังจากที่เค้ากลับมาจากแคว้นคาอิ....โดยให้เหตุผลว่า"เด็กรับใช้ข้างกายท่านเสือแห่งคาอิยังงามกว่าเจ้าหลายเท่านัก"

สาวเจ้าข้องใจว่าเด็กรับใช้ของทาเคดะ ชินเง็นจะงามแค่ไหนกันนักเชียว? ถึงได้ทำให้คู่หมั้นของตนหลงไม่ลืมหูลืมตาจนถอนหมั้นแบบนี้ จึงได้เดินทางไปถึงเรือนพักของชินเง็นเลยโดยไม่รีรอคำคัดค้านจากคนในบ้าน...

ด้วยความโมโห+เสียหน้าที่โดนถอนหมั้น ท่านหญิงเธอโวยวายว่าจะพบเด็กรับใช้ของชินเง็นเสียให้ได้ ชินเง็นเลยต้องขจัดความวุ่นวายนี้โดยการเรียกต้นตอของปัญหาออกมา ซึ่งนั่นก็คือ เด็กชายโกเบ็นมารุนั่นเอง

เมื่อเด็กชายโกเบ็นมารุปรากฎตัวขึ้น ชินเง็นจึงบอกกับแม่หญิงผู้นั้นว่า "นี่แหละ เด็กรับใช้ที่ทำให้คู่หมั้นหมดรักในตัวเจ้า"

แม่หญิงผู้หยิ่งทะนงในความงามของตน เมื่อได้พบกับโกเบ็นมารุก็น้ำตาคลอเบ้าในทันที! พร้อมกับวิ่งไปร้องให้ไปออกจากบ้านชินเง็นอย่างรวดเร็ว...และตะโกนเสียดังลั่นว่า

"ข้าละอายยิ่งนัก!!!!!!!!!!!!!"

 

 (เพื่อนแอบเหน็บว่า เด็กชายโกเบ็นมารุทำหน้างงสุดซึ้งมาก ในขณะที่ชินเง็นกับข้ารับใช้คนอื่นพากันหัวเราะคิกคักๆด้วยความสะใจ)

 

 

ส่วนโนบุยูกิที่ถูกส่งไปเป็นตัวประกันที่โฮโจนั้น ชีวิตน่าสงสารมาก โดนหลานโฮโจแกล้งไม่เว้นแต่ละวัน หลานโฮโจก็น่าเอามือโบกให้เกรียนแตกเหลือเกิน(ฮา)แต่น่าสมน้ำหน้าหลานโฮโจที่ป่วยตายในเวลาต่อมา 555+

จนกระทั่งมาถึงตอนที่น่าสวสารพี่น้องซานาดะสุดๆก็ตอนที่ยูคิมูระโดนส่งไปเป็นตัวประกันที่โอซาก้านั่นแล

ตอนแรกยูคิมูระไม่อยากอยู่โอซาก้าเลย เพราะฮิเดโยชิกับเนเนะนั้นดูแลดีเกินเหตุโดยมีกฎดังนี้

 

1.ห้ามยูคิมูระคลุกคลีและสนธนากับคนชนชั้นล่าง

2.ห้ามยูคิมูระไปไหนมาไหนโดยไม่มีคนรับใช้ติดตามไปด้วย

3.ห้ามยูคิมูระออกนอกบริเวณที่ฮิเดโยชิอนุญาต

 

ด้วยความที่ยูคิมูระยังเด็ก จึงไม่สามารถข่มอารมณ์อยากรู้อยากเห็นตามประสาได้ แต่พอไปนานๆเข้า การถูกจำกัดบริเวณเป็นจนเกินความจำเป็นทำให้ยูคิมูระเกิดความกดดันยิ่งขึ้น

ยูคิมูระเรียนรู้การใช้ชีวิตในโอซาก้าได้ระยะหนึ่ง โดยการสังเกตุสาวใช้รอบข้าง และสังเกตุบริเวณปราสาทว่ามีทางหนีที่ไล่อย่างไรบ้าง เมื่อสบโอกาส ยูคิมูระจึงได้ขโมยเสื้อผ้าของสาวใช้คนหนึ่ง และเตรียมหนีออกจากโอซาก้าในตอนใกล้ค่ำ โดยตนสวมชุดสาวใช้และเตรียมข้าวของใส่ตระกร้าและเดินออกมาปะปนกับเหล่าสาวใช้ที่กำลังเดินออกจากปราสาท...

พ้นจากปราสาทโอซาก้าไปได้แล้ว ยูคิมูระก็รีบเดินทางกลับบ้านโดยไม่รีรอ แต่ในขณะที่กำลังจะออกจากเขตโอซาก้านั้น ยูคิมูระก็หลงทางไปในป่า และบังเอิญโดนตาข่ายดักสัตว์ของนายพรานจับไว้

นายพรานนั้นเป็นทหารของโอทานิ โยชิซึกุ และอิชิดะ มิสึนาริ(อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นฟะ -*-)

ยูคิมูระจึงถูกพาตัวมาพบโยชิซึกุและมิสึนาริ โยชิซึกุเห็นสาเหตุที่ยูคิมูระหนีออกจากโอซาก้าจึงได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้กลับโอซาก้าไปขอขมาฮิเดโยชิ แต่ยูคิมูระตอบว่า

"ข้าอยากกลับบ้าน ข้าคิดถึงท่านพ่อ คิดถึงท่านพี่ คิดถึงอุเอดะ"

แต่มิสึนาริพุดขึ้นว่า

"ถ้าเจ้าอยากกลับก็กลับไป อยากคิดเอาสบายแต่ตัวเองก็ไป แต่พ่อแม่พี่น้องที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นอย่างไรเจ้าก็ไม่ต้องสนใจอย่างนั้นหรือ?"

แน่นอนว่าสาเหตุที่ยูคิมูระต้องมาอยู่ที่ปราสาทโอซาก้าภายใต้การดูแลของฮิเดโยชิ ก็เพื่อความปลอดภัยของบ้านซานาดะ

การที่ยูคิมูระพยายามหนี ก็เท่ากับว่าบ้านซานาดะจะเป็นอันตรายไปด้วย

ยูคิมูระจึงต้องจำใจกลับไปโอซาก้าโดยมีโยชิซึกุคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ โยชิซึกุบอกว่า"ถ้าไปขอโทษดีๆท่านฮิเดโยชิก็จะให้อภัย" ยูคิมูระจึงได้ทำตามคำแนะนำนั้น

ฮิเดโยชิไม่โกรธแต่อย่างใด กลับกันนั้นก็พยายามปรนเปรอยูคิมูระให้ไม่ขาดตกบกพร่องทั้งเงินทอง ความสุขสบาย

ยกเว้นอย่างเดียวคือ "ขาดอิสระ"

ฮิเดโยชิบอกความลับเกี่ยวกับปราสาทโอซาก้าให้ยูคิมูระทุกอย่าง สอนทุกอย่างที่ฮิเดโยชิรู้ โดยคาดหวังว่ายูคิมูระจะอยู่รับใช้โทโยโทมิตลอดไป....

 

ส่วนโนบุยูกิ แม้จะไม่ได้อยู่สุขสบายเหมือนน้องชาย แต่เค้ากลับได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากมาย และค่อยๆเรียนรู้เติบโตไปเรื่อยๆ

ผิดกับน้องชายที่ต้องอยู่หลังกำแพงสีขาว ในห้องแคบๆซ้ำๆซากๆอยู่เรื่อยมา...

 

มีอยู่2ฉากที่น่าสงสารพี่น้องคู่นี้มาก...ตอนที่โนบุยูกิได้มีโอกาสมาเยี่ยมน้องชายที่ปราสาทโอซาก้า ยูคิมูระซึ่งเติบโตเป็นเด็กหนุ่มวัย 17 ปี(กำลังสวยได้ที่เลย ฮ่าๆ)ก็ออกมายืนรอพี่ชายที่หน้าเรือนตั้งแต่เช้า พอพี่ชายมาถึงก็กะจะแสดงความรักกันด้วยการสวมกอด แต่ถูกโยชิซึกุเอามือกั้นไว้ และพูดว่า

"ห้ามถูกเนื้อต้องตัวกันโดยตรง แม้ว่าจะเป็นพี่น้องกัน แต่ท่านยูคิมูระมีฐานะสูงกว่า การถูกต้องตัวกับคนต่ำศักดิ์กว่าจึงเป็นสิ่งต้องห้าม"

สองพี่น้องจึงทำได้แค่จับมือ(เศร้าแทน)

อีกฉากหนึ่งคือตอนที่ยูคิมูระออกไปนอกปราสาทโดยนั่งเกี้ยว(ไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นเค้าเรียกว่าอะไรแฮะ)และมีคนรับใช้ตามไปด้วยหลายคน(จะขนกันไปทำไมเยอะแยะฟะ?) พอผ่านย่านชุมชน ยูคิมูระก็ได้ยินเสียงเด็กๆเล่นกันก็ค่อยๆเปิดผ้าคลุมออกมาดู แต่ก็ถูกโยชิซึกุห้ามปรามเอาไว้ ว่าทำแบบนี้มันไม่งามนะขอรับ(เฮ้อ...)

พอฟังเพื่อนเล่าแล้วก็สงสารยูคิมูระแฮะ ไม่มีอิสระเอาซะเลย ผิดกับพี่ชายลิบลับ

บางครั้งการที่เป็นคนไม่ได้รับความสนใจจากคนรอบข้างมันก็มีข้อดีเหมือนกันนะ(ฮา)

ก่อนหน้านั้นที่จะสปอยจบ เพื่อนก็บอกว่ากลับไปงวดหน้าจะอ่านอีกและกลับมาสปอยให้ฟังว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง(เวร...แล้วไหงไม่อ่านให้จบล่ะฟะ?)

 

ยังไง...ก็จะรอเพื่อนที่รักอ่านให้จบ และสปอยกลับมา(อย่าลืมนะเฟร้ย เพื่อชดใช้กระจกที่เอ็งทำแตก...ฮึ่ย!)

 

เจอกันเอ็นทรี่หน้าครับ

 

ป.ล.พักนี้มีแต่คนไซโคดาเตะ มาซามุเนะให้ฟัง จนเริ่มเวียนหัวแล้วนะเนี้ย อ๋อยยยยย...ก็ไม่เถียงนะว่าดาเตะหล่อ แต่บังเอิญผมชอบซานาดะมากกว่า(ฮา)

ป.ล. 2 เรื่องของวานาดะอีกมากมายที่ยังไม่จบไม่สิ้นเลย จะเอาตรงไหนมาเล่าก่อนดีฟะเนี้ย อ๊าคคคคค!!!!

 

เพื่อนผมที่ไปเรียนปริญญาโทที่ญี่ปุ่นได้ส่งเมลล์กลับมา บอกว่าตอนนี้ไปเที่ยวที่นาโกย่าสนุกมากๆ(ยั่วเรอะเอ็ง -*-)

 

มันบอกว่า ไปเที่ยวจนขาลาก เลยได้ของฝากมาให้ผม

 

คือสิ่งนี้ครับ

 

 

 

 

ตอนแรกเห็นแล้วงง...ว่านี่คืออิหยัง?

เพื่อนผมบอกว่า นี่คือกระจกสุดพิเศษ ที่มีเรื่องสนุกสุดจะฮาแตกแถมมาเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังให้ผม..

 

มันคือกระจกที่ ดาเตะ มาซามุเนะ ส่งมาให้แก่ซานาดะยูคิมูระ

ส่งมาได้ไง?นึกยังไงถึงส่ง?

เรื่องมีดังนี้

 

 

 

เมื่อครั้งอิเดโยชิจัดงานฉลองวันเกิดให้อนุภรรยาของตน(คาดว่าน่าจะเป็นโยโดะ)ได้มีการจัการละเล่นกลางน้ำยิ่งใหย่อลังการงานสร้าง และเชิญไดเมียวจากทั่วทุกแคว้นมาร่วมงานอีกด้วย

วันนั้น ซานาดะ ยูคิมูระ ได้ออกมางานเลี้ยงฉลองด้วย โดยเจ้าตัวออกมานั่งร่วมวงสังสรรค์กับตระกูลชิมัตสึและตระกูลนาโอเอะ

จนกระทั่งทุกคนในวงออกไปสนุกสนานเฮฮาที่แพด้านนอก สาวใช้ของโยโดะนางหนึ่งที่หลงใหลในเรือนผมของซานาดะ ยูคิมูระ(เอ๊ะ? ชักจะยังไง?) จึงได้เข้ามาหายูคิมูระพร้อมเอ่ยขึ้นว่า

"นายท่านซานาดะ ขอข้าได้มีวาสนาได้สางผมให้แก่ท่านด้วยเถิดเจ้าค่ะ"

ยูคิมูระก็ไม่ได้ว่าอะไร(สงสัยจะชิน)เลยปล่อยเรือนผมสยายลงมาให้สาวใช้ผุ้นั้นได้หวีสางตามชอบ

จนกระทั่งลมเริ่มพัดแรง สาวใช้กลัวว่าลมหนาวจะทำให้ยูคิมูระไม่สบาย จึงได้เอากิโมโนตัวหนึ่งห่มทับร่างของยูคิมูระไว้ เป็นกิโมโนสีทองงดงามมาก(แหม อะไรจะเข้ากันได้ขนาดนั้น)

แต่ความฮา เอ๊ย! ความอลเวงจึงได้เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นเอง ดาเตะ มาซามุเนะ มังกรตาเดียวแห่งโอชูที่อยู่บนเรืออีกฟากหนึ่ง ได้บังเอิญมาเห็นเข้าพอดี

เจ้าตัวถึงกับเพ้อถึงความงามของเรือนผม พร้อมกับพึมพำในใจว่านั่นแม่หญิงบ้านใครกัน?(เอาแล้วไง..งานเข้า!)

มาซามุเนะจึงได้ถามขุนนางแถวนั้นว่าคนผุ้นั้นคือใคร คนที่ตอบก็ตอบเพียงแค่ว่า"ลูกไต้เท้าบ้านซานาดะ"

แค่นั้นแหละ มาซามุเนะก็ถึงกับเพ้อเลยทีเดียว...

 

หลังจากนั้นไม่นาน กระจกบานหนึ่งที่สลักลายงดงามก็ได้ส่งไปถึงมือของซานาดะ ยูคิมูระ

แต่ไม่ใช่แค่นั้น..

เพราะมันมาพร้อมกับจดหมายฝากรัก พร้อมกลอนที่สุดแสนจะหวานเยิ้ม!

(เพื่อนผมมันบอกว่ากลอนไม่มีรายละเอียดมาพอ เลยไม่สามารถแปลออกมาได้)

ส่วนเนื้อความจดหมายมีดังนี้ครับ

 

 

" แด่แม่หญิงบ้านซานาดะ

ข้าได้พบเห็นแม่หญิงจากเรืออีกฟากหนึ่งในวันงานของท่านโทไค ณ วินาทีแรกที่ข้าได้พบเจอแม่หญิง หัวใจดวงนี้ได้หลุดลอยออกไปจากร่างเสียแล้ว...

ข้าไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะเฝ้าแต่พร่ำเพ้อถึงแม่หญิง ชั่วชีวิตข้าผู้นี้ยังมิเคยพบเห็นสตรีนางใดในหล้าที่มีเรือนผมอันงดงามได้เท่านี้ ข้ามิอาจหักห้ามความอาวรณ์ที่มีต่อแม่หญิงได้

กระจกบานนี้ข้าขอมอบแด่แม่หญิงเพื่อเป็นของกำนัล ขอแม่หญิงโปรดรับกระจกบานนี้ และความรู้สึกของข้า ดาเตะ มาซามุเนะ ผู้นี้ไว้ด้วยเถิด..."

 

= ="

 

 (อยากบอกว่า...สำนวนสุดยอด....!!!!!!!)

 

แต่ทว่า หลังจากที่ซานาดะ ยูคิมุระ ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าตัวได้ส่งจดหมายกลับไปหาดาเตะ มาซามุเนะ พร้อมกระจกบานนี้กลับคืนไป...

 เนื้อความในจดหมายของยูคิมูระที่ส่งคืนไปมีดังนี้...

 

"ถึงไต้เท้า ดาเตะ มาซามุเนะแห่งแคว้นโอชู

ข้าน้อยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับจดหมายและของกำนัลจากท่าน หากแต่ข้าน้อยมิได้เป็นสตรีจึงมิได้ดีใจกับสิ่งของชิ้นนี้เสียเท่าไหร่ หวังว่าใต้เท้าคงเข้าใจความรู้สึกและหัวอกของลูกผู้ชายด้วยกัน...

ข้าน้อยขอชื่นชมยิ่งนักที่ท่านแต่งบทกลอนได้ไพเราะเสนาะหูมาก เพียงแต่ข้าน้อยมิได้รุ้สึกดีใจแม้แต่น้อยที่ถูกรักใคร่ชอบพอจากบุรุษด้วยกัน ที่ผ่านมาอาจเป็นเพียงแค่เหตุที่ทำให้ท่านเข้าใจผิดไป ข้าน้อยจึงได้เขียนตอบเพื่อชี้แจงให้กระจ่าง ณ ที่นี้

กระจกบานนี้ข้าน้อยขอส่งคืนให้แด่ท่าน หากท่านมีโอกาส ก็โปรดเอากระจกบานนี้ส่องดูตัวท่านเองไว้แก้คิดถึงข้าน้อย หวังว่าคงช่วยบรรเทาความอาวรณ์ได้บ้าง

ข้าน้อยมิได้โกรธเคืองท่านแต่อย่างใด หากแต่ท่านคงเมามายสุรา หรือหูตาฝ้าฟางไป จึงได้มองสิ่งรอบตัวผิดเพี้ยนไป....

ซานาดะ ยูคิมูระ 

= ="

 

แน่ใจนะว่าไม่โกรธ?....

ด้วยเหตุนี้เอง เป็นสาเหตุที่ทำให้ดาเตะกับซานาดะ กลายเป็นคู่กัดคู่แง่งกันไปโดยปริยาย...(อาเมน)

 

หลังจากฟังเรื่องนี้จบแล้ว  เพื่อนผมบอกว่านิทานเรื่องนี้คนขายของที่ร้านที่ไปซื้อกระจกมาเค้าเล่าให้ฟังเอง พอเล่าจบเพื่อนผมมันฮาน่าดู...

 

ผมเองก็แอบขำนะ..เฮ้อ..ทำไปได้นะคนเรา

 

 

นี่เป็นของฝากเล็กๆน้อยๆที่เพื่อนผมเอามาฝากครับ

 

ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะครับ

 

พบกันใหม่หากมีโอกาสดีๆแบบนี้อีก

 

ป.ล.รุปที่อยู่ด้านหลังกระจก คาดว่าน่าจะเป็นซานาดะ ยูคิมูระ  = ="

สวัสดีครับ ดาวจังเจ้าเดิมครับ...

ตามที่เคยบอกเอาไว้ว่าจะเปิดบ้านอีกหลังเพื่อเป็นแหล่งความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของยุคเซ็นโกคุ(อาจจะมีสามก๊กหลุดมาบ้างบางเอ็นทรี่) ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวอีกรอบกับทุกๆคนนะครับ...

 

ต่อจากนี้ไปที่นี่จะมีแต่ประวัติศาสตร์อย่างเดียวครับ ท่านใดมีข้อเสนอแนะอะไรหรือรีเควสอะไรก็ฝากกันได้เหมือนเดิม ผมจะพยายามรวบรวมข้อมูลและเอามาเล่าให้ฟังอย่างง่ายๆนะครับ

 

ขอบคุณทุกท่านที่เคยตามอ่านจากบล๊อคเดิมครับ (อันเก่าก็ยังใช้งานนะครับแต่เป็นไดอารี่เรื่องเกี่ยวกับคอสเพลย์มากกว่า - -")

 

ยินดีต้อนรับครับผม....

 

รวมเอ็นทรี่เก่าๆที่เคยให้ไปนะครับ ใครยังไม่ได้อ่านก็ตามอ่านกันได้

 

http://dowchan.exteen.com/20081103/entry-1 เรื่องของโอดะ โนบุนากะ (ตอนที่ 1 ความเป็นส่วนตัวของโนบุนากะ)

http://dowchan.exteen.com/20081104/sengoku ศาสนาคริสต์ยุคเซ็นโกคุ

http://dowchan.exteen.com/20081119/entry-1 โอดะ โนบุนากะ กับกรณีเผาวัดที่ภูเขาฮิเอตอนที่1(เวอร์ชั่นโอดะตบเกรียน)

http://dowchan.exteen.com/20081124/entry  โอดะ โนบุนากะ กับกรณีเผาวัดที่ภูเขาฮิเอตอนที่2(เวอร์ชั่นเตรียมเผาเกรียน)

http://dowchan.exteen.com/20081204/entry  ซานาดะ ยูคิมูระ เวอร์ชั่นผู้หญิง!? =[]=

http://dowchan.exteen.com/20081224/entry  มองชีวิตผู้หญิงสมัยสามก๊กผ่านซุนฮูหยิน

http://dowchan.exteen.com/20090218/entry  สตรี..เบื้องหลังความโด่งดังของบุรุษในประวัติศาสตร์

http://dowchan.exteen.com/20090311/entry (สามก๊ก)ศึกเมืองหับป๋า...สามัคคีคือพลัง!!!

 

ส่วนรีเควสที่ขอไว้ ...ผมยังไม่ลืมนะครับ

1.TaKatsuki Shisaku_sung  -ขอเรื่องของทาเคนากะ ฮันเบย์

2.Leoon - ขอเรื่องอาเคจิ มิตสึฮิเดะ

3. คุณ Albedo - ขอเรื่องทาเคดะ ชินเง็น

4.คุณ แอสปราด้าขอเรื่องฮอนดะ ทาดาคัสสึ

5. คุณ Blade  ขอเรื่อง มาเอดะ โทชิอิเอะ

 

ขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับผม ...พบกันเอ็นทรี่หน้าครับ